January 12, 2013

ทีระพาบในปีที่ผ่านมา

ผ่านไปอีกปีครับ เป็นปกติที่ผมจะมาบันทึกนุ่นนี่เกี่ยวกับปีที่ผ่านมาในเดือนแรกของปีใหม่ แต่เมื่อกี้พยายามจะย้อนกลับไปอ่านของปีก่อนๆ ปรากฏว่าปีที่แล้ว ลืมเขียน!!! ลืมได้ไงไม่รู้ครับ อาจจะเพราะช่วงปีใหม่ปีที่แล้ว ยุ่งๆ ง่วนอยู่กับการสมัครเรียนต่อ จนลืมล่ะมั้ง

ทีระพาบในปีที่ผ่านมา ผมลองนึกย้อนกลับไปดู ผมนึกอะไรที่สำคัญๆ ไม่ออกเลยนอกจาก เรื่องสมัครเรียนต่อตอนช่วงน้ำท่วมปีก่อนนู้นจนถึงปีใหม่ปีที่แล้วครับ

ผมสมัครเรียนต่อด้าน computer science ที่อเมริกาไป ผลที่ออกมาคือ ผมโดน rejected ทั้งหมด จากทั้ง 4 แห่งที่สมัครไป เศร้ามั้ยล่ะครับ ฮ่าฮ่า

แต่ตอนที่ผมทราบผลแต่ละแห่ง ผมไม่รู้สึกเศร้าหรือแปลกใจเท่าไหร่เลยครับ เพราะนอกจากคุณสมบัติที่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรอยู่แล้ว ก่อนจะสมัคร และในขั้นตอนของการสมัคร ผมได้คิด ทบทวน ตกตะกอน อะไรอยู่มากทีเดียวเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง แล้วยิ่งผมเป็นคนคิดมากอยู่แล้วด้วย การตัดสินใจสำคัญแบบนี้ เล่นเอา นอนไม่หลับอยู่เป็นเดือนทีเดียว (อยากเลิกคิดมาก แล้วคิดอะไรง่ายๆ ตัดสินใจอะไรง่ายๆบ้างเหมือนกัน)

โดยเฉพาะในขั้นตอนการสมัคร ที่ผมต้องเขียน Statement of Purpose หรือ Future Plan  ผมเองก็ไม่อยากจะเขียนหลอกลวงตัวเอง แต่อยากจะเขียนสิ่งที่ตัวเองคิด และอยากทำจริงๆ ให้มันใกล้ความจริงที่สุด ยิ่งเขียนยิ่งอ่านเอง ยิ่งรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าตัวเองอาจจะไม่ได้อยากเรียนต่อก็ได้ หรือการเรียนด้านนี้ต่อ อาจจะไม่ได้จำเป็นก็ได้

ความคิดนี้ นำไปสู่อีกคำถามสำคัญที่วนอยู่ในหัวช่วงนั้นคือ "เราอยากเรียนต่อเพราะอะไร?" ด้านนึงก็คิดว่า เฮ้ย เราก็ชอบด้านนี้นะ เรียนต่อก็อาจจะเปิดโอกาสอะไรอีกมากมายให้ตัวเองในอนาคต อีกด้านนึงก็คิดว่า ชอบด้านนี้ก็จริง แต่เราแค่อยากเรียนต่อตามค่านิยมของสังคมรึเปล่า ใครๆก็บอกว่าไปเรียนต่อเมืองนอกดี ใครๆก็อยากไปเรียนต่อ เพื่อนๆพี่ๆหลายคนก็ไป เรากำลังจะเป็นนกที่แค่บินอพยพตามฝูงรึเปล่า แล้วมันจะดีจริงเหรอ?

เคยคุยกับเพื่อนหลายคน และรู้สึกคล้ายๆกันคือ สมัยเรียน เรารู้ว่าเรียนจบ ม.ต้น ก็จะขึ้น ม.ปลาย พอ ม.ปลายแล้วก็มหาลัย แต่พอเรียนจบแล้ว มันเหมือนไม่มีบันไดขั้นถัดไปแล้ว มันมีแต่พื้นที่โล่งๆข้างหน้า จากเดิมที่มันมีบันได้ถัดไปที่แน่นอน คราวนี้มันไม่มีแล้ว มันรู้สึกโหวงๆ การที่เราอยากเรียนต่อ เพราะอยากจะหาบันไดแบบนี้ไว้ไต่ เพื่อความสบายใจและกำจัดความรู้สึกนี้รึเปล่า

สุดท้ายผมก็ตกตะกอนระดับนึงว่า การเรียนต่อด้าน computer science อาจจะไม่ใช่ทางเลือกสำคัญที่ต้องเดินให้ได้สำหรับผมก็ได้ ยังมีทางเลือกที่เป็นไปได้ทางอื่นอีก คิดได้ในช่วงที่เตรียมทุกอย่างไปจะครบแล้ว ก็เลยคิดว่า ถ้าจะหยุดตอนนี้อาจจะ เสียดายทีหลังก็ได้ เลยเดินหน้าต่อจนจบ (การสมัครเรียนต่อมันดูดพลังอยู่เหมือนกันนะครับ)

ขอใช้ย่อหน้านี้ ขอบคุณอ.เกริก อ.มานพ และพี่ที่ทำงานที่สละเวลาเขียน Recommendation Letter ให้นะครับ ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ช่วยผมในการสมัครนะครับ ทั้งให้คำปรึกษา ช่วยตรวจภาษาและให้ความเห็นต่างๆที่มีประโยชน์มาก

หลังจากจบภารกิจสมัครเรียนต่อ ตลอดปีที่เหลือจากนั้น ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาก ทำงาน หาอะไรอร่อยๆกิน ซื้อของเล่น ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำบ้าง จะเรียกว่าชิล ก็ไม่ผิดครับ

สำหรับทีระพาบในปีนี้ มีอยู่อย่างเดียวที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จให้ได้ คือ ออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงครับ

ขอประกาศให้ปีนี้เป็นปีแห่งการออกกำลังกายและรักษาสุขภาพ ฮ่าฮ่า เพราะในปีที่ผ่านมา ผมอ่อนแอมากก เป็นหวัดบ่อยขึ้น มีปัญหาสุขภาพเยอะขึ้น เลยคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ดีแน่ อยากทำอะไร ก็ทำไม่ได้หรือไม่สะดวกแน่ๆ เพราะงั้นต้องทำตรงนี้ให้ดีขึ้นมาก่อนและทำให้เป็นนิสัยให้ได้สำหรับปีต่อๆไป

ว่าแล้วตอนนี้ก็ ตีสองครึ่งแล้ว นอนดึกอีกแล้ว = ="

สวัสดีปีใหม่ครับ