March 9, 2014

First Trip to Middle East

2-3 อาทิตย์ก่อน จับพลัดจับผลู ในทีม engineer คนนู้นไม่ว่าง คนนี้ไม่ว่าง พี่ที่บริษัทเลยให้ผมไปทำงานงานนึงที่ UAE แทน แน่นอนครับ มีพี่ทีม sales ไปด้วย อีก 2 คน

ถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับตัวเองมาก เพราะไม่เคยไปแถบตะวันออกกลางมาก่อน ตื่นเต้น ต้องไปประมาณ 4 คืน

คนสิงคโปร์ไป UAE ไม่ต้องของวีซ่า แต่คนไทยต้องขอ ขอผ่านสายการบินก่อนไป

นั่งเครื่อง 7 ชั่วโมงลงที่ ดูไบ แต่โรงแรมและงานอยู่ที่อาบูดาบี พี่ในกลุ่มคนนึงเคยมา UAE มากกว่า 15 ครั้ง!! เพราะงั้น สบายครับ เราแทบไม่ต้องทำอะไร พี่เค้าเช่ารถ ขับรถ รู้จักทางและวัฒนธรรมค่อนข้างดี มีอะไรก็ถามพี่เค้า เราก็มีหน้าที่ทำงานที่รับผิดชอบ แล้วก็เปิดหูเปิดตา เที่ยวไปในตัว ฮ่าๆ

วันแรก แวะกินข้าวที่ Dubai Mall ห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกกกก ซึ่งอยู่ติดกับ Burj Khalifa ตึกที่สูงที่สุดในโลกกกกก

โมเดล Dubai Mall
โมเดล Burj Khalifa ข้างๆ Dubai Mall
พาเพื่อนมาถ่ายรูป
เท่าที่ถามๆมา ใน UAE มีลักษณะเป็นสหรัฐ ประกอบด้วยรัฐย่อยๆหลายๆรัฐ เมืองหลวงคือ อาบูดาบี เค้าว่ารวยสุด ศูนย์ราชการอยู่ที่นี่ แต่รัฐที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดกลับเป็น ดูไบ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว พี่เค้าบอกว่า ดูไบใช้เงินมหาศาลมาก สร้างนู่นสร้างนี่ ซึ่งเท่าที่มองดูก็ได้ผลนะ นักท่องเที่ยวเพียบ

ลานสเก็ตใน Dubai Mall ฮะ
ผู้ชายอาหรับ จะใส่ชุดขาวทั้งตัว เค้าบอกว่าผ้าที่คุมหัวสามารถบอกชาติได้ เช่นถ้าเป็น UAE จะแบบนึง ซาอุดิอาระเบีย จะอีกแบบนึง

ผู้หญิงอาหรับ จะใส่ชุดดำทั้งตัว เปิดให้เห็นแต่หน้า แล้วเราห้ามไปโดนตัวเค้า เค้าว่าถ้าเป็นซาอุดิอาระเบีย จะเคร่งกว่าปิดเหลือแค่ตาเท่านั้นเอง

แต่คนที่เราเห็นก็ไม่ใช่แต่งแบบนี้หมด เพราะเอาเข้าจริงๆใน UAE เป็น citizen ซะแค่ 1 ล้านคน อีก 4-5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนฟิลิปปินส์ที่ทำงานภาคบริการ และ คนอินเดียที่ทำงานภาค IT

ลองสังเกตดีๆ ผมรู้สึกว่า คนอาหรับที่นี่จะดูหล่อสวย หน้าคม ตาสวย กันเป็นธรรมชาติ

ภาษาราชการคืออารบิก แต่เท่าที่ได้ทำงานด้วยหรือฟังหลายๆคนพูดทั้งผู้ชายผู้หญิง ภาษาอังกฤษเค้าค่อนข้างดี สำเนียงดี เอาเป็นว่าเค้าคุยกับพี่คนสิงค์โปร์รู้เรื่อง คุยกับผมไม่ค่อยรู้เรื่อง คนไทยครับ ฮ่าๆ :P

ที่นี่เค้าทำงาน วันอาทิตย์-วันพฤหัส หยุดศุกร์เสาร์ แถมถ้าเป็นหน่วยงานราชการ เลิกงานบ่าย 3

สภาพบ้านเมือง ดูด้วยตาแล้ว ดูไบ เจริญกว่ากรุงเทพ ส่วนอาบูดาบีจะดูเก่ากว่าหน่อย ตึกใหม่ๆที่นี่สวย ดีไซน์รูปทรงแปลกๆ ตามท้องถนนก็รู้สึกปลอดภัยพอสมควรอาจจะเพราะคนเค้าค่อนข้างรวยด้วย engineer ที่ได้ทำงานด้วยกัน อายุพอๆกันเผลอๆเด็กกว่า เห็นแว๊บๆ ใช้ Note 3 ใส่ SS Galaxy Gear ขับ BMW มาทำงานนะครัช :P

ตึกเหรียญ (บางคนบอก Oreo)
ออกนอกเมืองก็เป็นทะเลทรายครับ มองรอบๆ คือ โล่งเตียน ทะเลทราย แต่ถนนระหว่างเมืองดีมาก มอเตอร์เวย์ 4 เลน วิ่งกันสบาย แท็กซี่ที่นี่ ก็ดูดี มี GPS มีใบเสร็จ มี speed limit คนขับเป็นคนต่างชาติ หะหะ

โรงแรมอะไรไม่รู้ กลางทะเลทราย
ที่เค้าเหลือเฟือมากกก ตึกกับห้างแต่ละห้างก็อยู่ห่างๆกัน ในห้างก็ที่เหลือเฟือมาก เดินใน Food court คือเมื่อย มี Fast food ให้กินครบ Burger King, KFC, Popeye, Texas Chicken, Baskin Robin.

ที่เซอร์ไพร์สนิดหน่อยคือ ไปมา 3 ห้าง เจอ Coldstone ทั้ง 3 ห้าง!!

ลองกินอาหารท้องถิ่นคืออาหารเบรุต (เคยกินร้านในสีลมมาครั้งนึง) ที่นี่ก็คล้ายๆกัน มี Kebab มีแป้งคล้ายๆนัน มีสลัดแปลกๆ มีครีมให้แป้งป้ายกิน กินๆไปก็อร่อยดีนะ แต่ก็ไม่ได้อยากกินอีกหลังจากมื้อนั้น ฮ่าๆ

อาหารเบรุต
วันสุดท้ายนั่งรถจากอาบูดาบี กลับมาดูไบ เพื่อรอขึ้นเครื่องบิน เลยมีเวลาอยู่ใน Dubai Mall ห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก(ย้ำ) ประมาณ 5 ชั่วโมงได้ เลยเดินเล่น ว่าจะลองเข้าโรงหนังดูแต่สัมภาระไม่อำนวย เลยได้แต่เดินเล่นไปมา ไปเจอร้าน Kinokuniya ใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกก ใหญ่จริงๆ 6-7 เท่าของ Kino พารากอน(พูดจริงๆ)

สุดท้ายทริปนี้ ได้เปิดหูเปิดตามากๆกับคนและบ้านเมืองในตะวันออกกลาง เห็นทะเลทราย แต่ไม่เห็นอูฐซักตัว =P