January 6, 2013

From Ubuntu to Arch Linux

เมื่อวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา ผมผลาญเวลาส่วนนึงไปกับการลง Arch Linux ให้ Thinkpad ที่บ้าน

จากที่ผมใช้ Ubuntu เป็น Desktop หลักที่บ้านมานานพอสมควร (เท่าที่จำได้คือเริ่มใช้จริงจังตอน 5.10) ถือเป็น Distro ตัวนึงที่ใช้แล้ว happy มาตลอด ไม่นับเรื่องจุกจิกๆที่มีเป็นธรรมดาของ Desktop Linux 

แต่ตั้งแต่ ผมอัพเกรด ไปใช้ Unity (จริงๆ อั้น ไม่อัพเกรดอยู่ 2-3 รุ่น รอจนคิดว่า Unity นิ่ง ค่อยอัพ) ก็พบว่าจากที่ใช้งานดีๆ ก็กลายเป็นเจอ UI หน่วงๆ ขึ้นมาซะงั้น โดยเฉพาะ Dash และการ search เพื่อจะเปิด app  มันหน่วงจนทนไม่ได้ พยายาม tuning นู่นนี่แล้วก็ไม่ดีขึ้น เลยคิดว่าเปลี่ยนดีกว่า แม้ผมชอบ concept ของ Unity หลายๆอย่างก็ตาม

สาเหตุอีกอย่างคือ ช่วง 4-5 รุ่นที่ผ่านมา เหมือน Ubuntu พยายามจะแต่งตัวอยู่ เปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่เยอะ ปรับไปปรับมา เหมือนหาตัวเองไม่เจอซักที แล้วอัพเกรด ก็มีอะไรจุกจิกๆ น่ารำคาญตลอด

เลยถือโอกาส ลองใช้ Distro อื่นมั่งดีกว่า ลอง Linux Mint แล้วก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
ลอง search หา Distro ที่เค้าว่ากันว่า responsive ดู มีคนแนะนำอยู่สองตัวคือ Puppy Linux กับ Arch Linux 

ลอง Puppy Linux แล้วดูท่าไม่ไหว เลยมาลงเอย ที่ Arch Linux แล้วก็พบว่า ชอบ Arch Linux อยู่หลายอย่าง
  • The Arch Way
  • ที่ชอบที่สุดน่าจะเป็น เรื่องลง package เท่าที่จำเป็น คล้ายๆ Gentoo แต่ก็ไม่ได้ manual มากขนาดต้อง build จาก source เองหมด เริ่มจากลงแค่ base แล้วก็อยากใช้อะไรก็ลงเพิ่มเอาเอง (ตอนลงแค่ base นี่ boot เร็วได้ใจมาก) เหมือนได้ปรุงอาหารเอง แทนที่จะกินอย่างที่เค้าจัดมาให้
  • Structure หลายๆอย่าง คล้ายๆ FreeBSD ที่ผมคุ้นเคยอยู่ก่อนแล้ว
  • Rolling release คือ มีอัพเดทเล็กๆเรื่อยๆ ไม่ได้รวมเป็นอัพเดทใหญ่ๆทีเดียวเป็นรอบแบบ Ubuntu
อีกเรื่องคือ Desktop Environment ที่สุดท้ายก็เลือก Gnome อยู่ดีแล้วก็ค้นพบว่า Gnome Shell คล้ายๆ Unity แต่ responsive กว่าพอสมควรเลย และตอนลงเสร็จก็เป็น Gnome แบบ minimum มาก ไม่มีโปรแกรมอะไรเลย แม้แต่ เครื่องคิดเลข

สิ่งที่ได้จากการลง Arch ครั้งนี้คือ 
  • ได้ลง Linux แบบ minimum แล้วนั่ง config นุ่นนี่ขึ้นมาเอง (ปกติลงแต่แบบ สำเร็จรูป) กินเวลาเยอะทีเดียว เยอะกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ก็เป็นการเรียนรู้ระบบไปในตัว
  • แยก /home ออกไปเป็น partition แยก แล้ว mount เอาแทน ควรจะทำมาตั้งนานแล้ว ต่อไป เปลี่ยน OS ก็ไม่ต้อง backup home กันอีกแล้ว
  • ได้ลองทำ dedicated GRUB2 boot partition  คือ สร้าง partition  เล็กๆ ที่มี grub อยู่เท่านั้น ทำให้ ไม่ต้องลง grub ใหม่ เวลาลง OS แถม ยัง config ให้ boot จาก iso แบบ ไม่ต้องพึ่ง external harddisk/usb ได้เลยด้วย พึ่งคิดได้
พอลงเสร็จปั๊ป 2-3 วันผ่านไป Ubuntu Phone ก็เปิดตัวทันที แหมะ พึ่งได้มีโอกาสนั่งอ่านนั่งดู
เอาละเอียดๆไปอ่าน blog ของพี่ +Sittiphol Phanvilai กับ blog ของคุณ +Isriya Paireepairit ดูครับ

แต่ความเห็นส่วนตัวคือ
  • ไม่รู้สึกใหม่เท่าไหร่กับไอเดีย One Device to Rule Them All เพราะรู้สึกไปแล้วตอนที่เปิดตัว Ubuntu for Android (ถ้าใครยังจำได้ :P ) และคิดว่าด้วยศักยภาพของ Canonical แล้วควรจะล้ำเข้ามาในโลก mobile แค่นั้นก่อนมากกว่า ทำให้มันดี แทนที่จะหันไปทำ Ubuntu Phone เองทั้งหมด เพราะแค่นั้นก็น่าสนใจมากพอแล้วครับ
  • เดาว่ามันจะออกมาหน่วงๆ เหมือน Unity แหงๆ
  • ผมเชียร์แนวทางที่พัฒนา app ด้วย HTML5 มากกว่า native นะ แล้วเขียนด้วย native เฉพาะส่วนที่จำเป็น เหมือนแนวทางที่ ChromeOS พยายามผลักอยู่ และคิดว่าในอนาคตมันควรจะไปทางนี้ด้วย
  • แนวคิด ระบบปฏิบัติการเดียวใช้ได้กับทุกอย่าง มองในมุมนึงมันก็เป็น Linux กันเกือบหมดนะครับ ฮ่าฮ่า แต่ถ้ามองในมุมที่คุณ Mark พยายามนำเสนอ ผมคิดว่าไม่ต้องตัวเดียวกันหมดก็ได้ แต่ขอให้ App สามารถเขียนทีเดียว รันได้หลาย platform เหมือน Web App และ integrate กันได้ดีๆ ผมว่าก็เพียงพอแล้วนะครับ